Love is true's profile.•.•*...LovE is TrutH B...PhotosBlogListsMore Tools Help

.•.•*...LovE is TrutH BUT CannoT TrusT...*•.•.

Love is true But cannot trust.........

Occupation
Location
Interests
I'm always friendly and cheerful na. Althouth, sometime my face looks foot on face.555+

Ah..I'm never see the real love. Anyone can tell pls how can I see it?
by 

Sandbox

Loading...
by 

BarBiegal Space

Loading...
M@Y  
Photo 1 of 10

Thanks For Commenting Na Ka Everyone (¯`•¸•´¯)

Loading...
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
November 14

เหนื่อยมากกกกก

เกรดออก จบออกมาก็นึกว่าจะสบาย
ชีวิตนะชีวิตที่ยังอีกจะแสนยาวไกล ต้องเหน็ดเหนื่อยอีกนาน
จบออกมาก็เพิ่งจะได้เรียนรู้นะเนี่ย ว่านักศึกษาจบออกมา
มันหางานลำบากยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้
มีแต่คนรับะไรที่มีประสบการณ์กันทั้งนั้น
แล้วจะให้นักศึกษาจบใหม่อย่างเราไปหาประสบการณ์ได้ที่ไหน
ก็เพิ่งจะเรียนจบออกมา ความรู้ก้ยังมีแค่ในตำรา
ส่วนประสบการณ์การทำงานก็ไม่มี
 
เหนื่อย..ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีใครรับเข้าทำงานซะที
ตอนแรกหวังไว้ว่าอยากทำงานเกี่ยวด้านที่เรียนมา
อยากทำงานอะไรที่มันใช้ภาษา
แต่เอาไปเอามา ก็จริงอย่างที่เค้าพูดกัน
จบออกมาก็ไม่ได้ทำงานอะไรอย่างที่เรียนมาหรอก
จริงอย่างที่เค้าว่ากันแฮะ..
ตอนนี้ ให้ทำงานไร ก็ได้และ เงินเดือนเท่าไหร่ก็เอาและ
แลกกับได้คำ ๆ เดียว ที่เรียกว่า "ประสบการณ์"
 
ตอนนี้ต้องอาบน้ำ สระผมบ่อยหน่อยอ่ะ
เพราะว่าเดินหางาน จนฝุ่นเกาะเต็มเนื้อเต็มตัวไปหมด
ไม่รูว่าเมื่อไหร่จะมีคนรับเข้าทำงานซะที
เท้าระบม หน้าก็ดำเพราะตากแดด เด่วฝ้าขึ้นพอดี
 
บริษัทต่าง ๆ : ช่วยรับหนูเข้าทำงานทีเถอะนะคะ ถึงไม่มีประสบการณ์ แต่มีความสามารถเยอะ เรียนรู้งานเร็ว ขยันทำงานนะคะ
เพื่อน ๆ : เปนไงกันบ้าง คิดถึงเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนเลยนะ จะเป็นกำลังใจให้นะ สู้เค้า สู้ ๆ สู้ตาย สู้เพื่อแม่เน้อ
ป๊า กะ แม่ : มะไหร่จะมีคนมาจ้างหนูไปทำงานซะทีอ่ะ เครียดมากเลย เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะ คิดถึงป๊า กะแม่จังเลยอ่า อยากกลับบ้านไปกอดจังเลย
คน ๆ นั้น : เกิดรึยังหว่า หรือว่าอยู่แถวไหนอ่ะ ถ้ารู้ ช่วยมาหาทีนะ เพราะตอนนี้ขาดกำลังใจ และเหงาใจมาก ๆ ค่ะ ถ้าทราบแล้วติดต่อกลับด่วนนะคะ จะรอ (เฮ้อ)
October 25

เคยถูกเพื่อน...แย่งความรักไม๊

ฉันไม่เคยเชื่อตัวเองเลยว่า . . .
วันหนึ่งเราต้องมาโกรธกันเพราะผู้ชายคนเดียว

นี่มันคงเริ่มจากเธอ ที่พาเขามารู้จักฉัน
และฉันก็รู้อยู่แก่ใจฉันเองว่า . . . เพื่อนสาวของฉันชอบผู้ชายคนนี้จริงๆ
ฉันเลยเข้าไปถามผู้ชายคนนั้นว่า . . . ชอบเพื่อนของฉันหรือเปล่า?
ถ้าจีบ . . .เดี๋ยวฉันช่วย


หลายต่อหลายครั้ง ที่ไปเที่ยวด้วยกัน
ผู้ชายคนนั้นนั่งมองและชวนฉันคุยตลอด
ฉันไม่รู้จริงว่า . . . เขากำลังคิดอะไรอยู่


ฉันไม่รู้ว่า ผู้ชายคนนั้นของเพื่อนเขาได้เบอร์ฉันมาจากใคร
เขาโทรมาหาฉัน. . .แรก ๆ ก็พูดคุยเรื่องเพื่อนฉัน
ฉันเลยคิดว่าที่เขาโทรหาฉัน เพราะแค่อยากรู้ว่า…
เพื่อนฉันเป็นคนยังไง ชอบอะไร
และหลังจากนั้น ทุกๆ วัน ฉันก็จะคุยกับ ผู้ชายคนนั้น….


ฉันไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ฉันทำลงไป
มันจะทำให้เพื่อนฉันเสียใจมากมาย
และฉันโดนประนามจากเพื่อน ๆ มากมายว่า
ทำไมฉันถึงแย่งแฟนเพื่อนได้ลงคอ


ฉันอยากจะบอกเพื่อนคนนั้น เหลือเกินว่า . . .
ฉันไม่ได้ตั้งใจ ที่จะให้เรื่องราวมันจบลงแบบนี้
ฉันเพียงแค่อยากรู้ว่า . . .ผู้ชายคนนั้นเขารู้สึกยังไงกับเพื่อนฉัน
เขารู้สึกรัก เพื่อนของฉันจริงหรือเปล่า?


แต่ฉัน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า. . .
สิ่งที่ฉันได้คุยกับเขา มันจะทำให้ฉันหลงรักผู้ชายคนนั้นได้
ฉันรู้สึกดี ๆ กับเขา รู้สึกอบอุ่นที่ได้คุยกับเขา
และฉันก็เพิ่งรู้ตัวเองว่า . . . ฉันรักผู้ชายคนนั้นแล้ว


มันเป็นเรื่องยากมาก ที่ฉันจะถอนตัว
ฉันพยายาม จะบอกว่า แฟนเพื่อน
แต่ฉันก็ยากที่จะตัดใจ
ฉันหึงหวงทุกครั้ง ที่เขาพูดคุยเรื่องเพื่อนคนนั้น
ฉันไม่รู้ว่าจะทำไงดี? … คนหนึ่งก็คือเพื่อนรัก
คนหนึ่งก็คือ คนที่ฉันรัก….เศร้าจริงๆ


แต่วันนี้. . .ฉันก็ตัดสินใจได้แล้ว
เพื่อนฉันดีกับฉันมาตลอด ทำไมต้องมาผิดใจเพราะผู้ชายคนนี้ด้วย
ฉันจึงบอกเลิกกับผู้ชายคนนั้น เพื่อยุติเรื่องราวและปัญหาทั้งหมด
และฉันก็พยายาม . . . ที่จะลืมเขาให้ได้


ฉันเสียใจนะ. . . กับเรื่องที่ฉันทำลงไปโดยไม่คิด
ฉันรู้ว่า. . .เพื่อนฉันเจ็บ . . .เขาก็คงเจ็บ
และที่เจ็บสุด ๆ เห็นจะเป็นฉัน
งานนี้คงโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวฉันเอง
 

August 19

สัปดาห์ Universiade

 
สวัสดีค่ะ ทุก ๆ คน สบายดีกันใช่มะ
วันนี้เราเข้ามาอัปเดตและเล่าเรื่องราวอันแสนจะสนุก และสุดทรมาน
วันนี้เป็นวันสุดท้าย ในการทำงานกีฬามหาวิทยาลัยโลก
เมย์ได้ทำงานเป็น Attache หรือ คนดูแลนักกีฬา
เมย์ดูแลนักกีฬายูโด ของประเทศ Belarus อ่ะ
เวลาทำงานนะ มีทั้งสนุกมากและก็เหนื่อยโคตร ๆ
 
ตอนแรกก็มีท้อแท้ หมดกำลังใจที่จะทำเหมือนกันนะ 
เพราะข้าวก็ไม่ได้กิน นอนก็ไม่พอ
แถมแต่ละวัน ต้องมาโดน coach ว่า
รองรับอารมณ์ของโค้ช เวลาไม่พอใจอะไรขึ้นมาก
และก็นักกีฬาไม่ friendly อีกต่างหาก
แถมที่แย่สุด ๆ เลย ก็คือ ทั้งโค้ชและนักกีฬา
ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
พวกเค้าพูดแต่ภาษารัสเซียกันทั้งหมดเลยอ่ะ
แล้วพอเวลาเราเข้าไปคุยกับเค้านะ เค้าก็เมินหน้าหนี ไม่คุยด้วยอ่ะ
แต่สุดท้าย โบ๊ทเพื่อนสุดเลิฟ ก็ได้พูดให้กำลังใจ
และทำให้เราไม่ท้อแท้ และมีกำลังใจทำงาน
และสุดท้าย ก็มีนักกีฬาคนนึง friendly ขึ้นมา ก็เลยรู้สึกดี
และอีกอย่างที่ทำให้มีกำลังใจและรู้สึกดี
ก็คือนักกีฬานานาประเทศที่แสนจะหล่อ ล่ำ บึก ซะไม่มีเลย
หล่อบาดใจมากมาก
บางคนนึกง่านายแบบมาวิ่งแข่งกัน
 
พอมาวันหลัง ๆ เนี่ย เริ่มที่จะไม่มีงานให้ทำ เพราะว่า
เช่เม และ เช่โบ๊ท ไม่สนใจนักกีฬาและโค้ชแล้ว
เพราะว่าพวกเค้าทำตัวไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
เค้าเอาแต่ใจมากมาก และพูดไม่รู้เรื่องมากมาก
เช่ทั้งสองเลยปล่อยให้ลอยแพซะเลย
แต่ไม่ใช่ไม่ดูแล ไม่เป็นห่วงนะ
แต่ขอเป็นเช่ที่อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ และกัน
(อิอิ)
 
และเมื่อวานมานี้นี่เอง เป็นพิธีปิดงาน
เมย์ โนรี ตี๋น้อย น้องวิท พี่มิค พี่อั้มและเนปจูน ได้ไปเดินถือธงประเทศ
ตอนแรกก็เฉย ๆ สนุกนิด ๆ แต่พอเอาเข้าจิง
ฝนอันมาตกซะงั้น ต้องยืนตากฝนเป็นเวลาเกือบชัวโมง
กลับมาเพลียมาก ๆ เลยอ่ะ กลัวไม่สบายมาก ๆ เลย
 
แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี
นักกีฬาก็เริ่มกลับกันไปเกือบจะหมดแล้ว
แล้วเช่เมและเช่โบ๊ทก็ได้ซื้อของที่ระลึกให้ด้วย 
และที่สำคัญเลย ได้รับประสบการณ์อย่างมาก ๆ
สำหรับการทำงานนี้ ได้ทั้งภาษาแปลก ๆ เพื่อนใหม่ ๆ
สภาพแวดล้อมที่ดี และไม่ดี การแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ
และอาหารตาที่แสนจะเพลิดเพลินจิต (อันนี้คิดว่าไม่เกี่ยว)
 
เพื่อน ๆ IS : หลังจากจบงานนี้ เราก็ยังไม่หายเหนื่อย เพราะเรามีโปรเจคอีกตั้ง 2 อัน รอให้เราทำอยู่ข้างหน้า สู้ ๆ สู้เค้านะ
เพื่อน ๆ IBM : หลังจากงานนี้ก็ต้องเริ่มอ่านหนังสือกัน เพราะอีกไม่นาน เราก็จบกันแล้วหนิเนอะ สู้ ๆ เน้อ
 
สุดท้ายก็ขอให้เพื่อน ๆ ทุก ๆ คน ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
และก็ตั้งใจอ่านหนังสือ และทำโปรเจคกันซะนะคะ
เพื่ออนาคตอันสดใสของชาวเรา
โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังใหม่เน้อ
August 03

แม่โกหกผม 8 ครั้ง ในชีวิต

 
 
1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ

ผมเกิดในครอบครัวยากจน ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อยๆ เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวมาให้ผมเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งพูดว่า
"ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ...ส่วนแม ่ไม่ค่อยหิว" นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม

2. เมื่อผมเติบโตขึ้น

คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผม แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้าง ๆผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมได้กินเนื้อปลาไปแล้ว ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่ แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า
"ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม

3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม

เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็ก ๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน "แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก" แม่ยิ้มกับผมพูดว่า
"ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หลับ" ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม

4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย

แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจใ ห้ผม มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม. เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่ เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว.. แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อน
แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ" นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม

5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต

คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเพียงไร คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆบ้านท่านเป็นคนดี พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้า นที่ผุพัง..ฯลฯ เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงานใหม่ แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า
"แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องความรักอีก" แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว

6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ

ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่ (ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล) แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคื นให้ผมอีก แม่พูดกับผมว่า
"แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ" แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6

7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..

ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่ม ีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมที่อเมริกา เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า
"แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน" ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม

8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ..
 
ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโทรมลงอย่างมาก แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
"ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว" นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม

ทีนี้รู้แล้วใช่ไม๊ ว่าทำไมผู้หญิงแสนสวยที่บ้านเรา ๆ นั้นถึงต้องโกหกเราอยู่ทุกครั้งไป ใกล้วันแม่แล้วนะ อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างค่ะ แต่ก็เอาเป็นว่า กลับไปที่บ้านแล้วบอกว่ารักเค้า กอดเค้าแล้วกราบเค้าสักครั้ง 1 ปีมีครั้งเดียวให้ทำ(สำหรับคนที่อาย) แต่สำหรับคนที่ไร้ยางอายอย่างเราล่ะก็ แสดงความรักทุกวันอยู่แล้วเนอะ (จิงป่าวหว่า)

July 28

สัปดาห์นรก

หวัดดีค่ะ ทุก ๆ คน ทั้งเพื่อน ๆ และคนแปลกหน้า
 
ตอนนี้รู้สึกโล่งมากมากเลยแหละ เพราะว่าผ่านการพรีเซ้นต์โปรเจคแล้ว
หลังจากที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง ตรากหน้าตรากตำ
ทำทั้งวัน ทั้งคืน ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน
ไม่ได้กิน ไม่ได้เที่ยวกับชาวบ้านชาวเมืองเลยเนี่ย
หน้าทรุดโทรม ร่างกายย่ำแย่
 
แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้แล้ว
ที่เหลือค่อยว่ากันทีหลัง แต่ตอนนี้ขอทำตามใจ ทำตามอารมณ์
และจะขอนอน นอน นอนแล้วก็นอนให้เต็มอิ่มเลย
งั้น....ไม่ระบายและ ไปนอนและนะ
 
**แต่สุดท้าย**
เราขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ทุก ๆ คน
ทั้งเพื่อน ๆ ที่อินเตอร์ ราชมงคล และทุก ๆ คน
ที่ตอนนี้มีชะตาชีวิตเหมือนกันกับเรา
ขอให้สู้ ๆ สู้ต่อไปนะคะ สู้ตายเพื่ออนาคตค่ะ
 
**คราวหน้าจะเล่าให้ฟังหใม่นะจ๊ะ
 
 
 

C Ya Na Ka Everyone

Loading...

My Mood Clock

Loading...

Calendar

Loading...

เช็คซะ จะได้ไม่ช๊อค

Loading...

Sandbox

Loading...